Tutorial

สวัสดีค่ะทุกคน How to นี้สำหรับเพื่อนๆที่อยากสวยแบบจัดหนัก หน้าแน่น !!!
พอเห็นคำว่า จัดหนัก จัดเต็ม กันแล้ว หลายๆคนคงจะคิดว่า ต้องเป็นการแต่งหน้าที่ผิวดูหนา โบ๊ะ แน่ๆ
แต่สำหรับเมย์ไม่ว่า จะเป็นการแต่งหน้าในลุคใสๆ วันสบายๆ หรือลุคเป๊ะๆ ตาสโมคกี้อาย ปากแดง
สิ่งที่สำคัญคือ ผิวหน้าที่ดูเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ ไร้จุดด่างดำ
ดูมีมิติ …สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ไม่ว่าจะด้วยเทคนิคต่างๆ ผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ … ออกมาแล้วต้องยังคงความเป็น “ธรรมชาติ”
พูดได้เลยว่า สาวๆที่มีปัญหา ริ้วรอย จุดด่างดำ สิวกวนใจต่างๆ
ใฝ่ฝันอยากจะมีผิวสวยใสธรรมชาติมอบให้กันทุกคน 5555 และเมย์ก็เป็น 1 ในนั้นเช่นกันค่ะ ><
เดี๋ยวเรามาดูกัน ว่าจะแต่งหน้าสวย เป๊ะ แน่น จัดเต็มอย่างไร ให้ผิวดูสวยและธรรมชาติมากที่สุดค่ะ
ลุคที่เราจะแต่งกัน !!! แน่นค่ะ พูดเลย …
ดูขนตาสิ 5555 ลุคนี้เน้นตาคมชัด ด้วยอายไลเนอร์ และขนตาฟูทั้งบนและล่าง แก้มปากโทนน้ำตาลนู้ด
เน้นผิวที่เนียนกริ๊บ แต่ยังคงความธรรมชาติ ปกปิดแต่ดูไม่หนาโบ๊ะค่ะ
ผิวที่ดูธรรมชาติ สุขภาพดี ไม่เหมือนแต่งหน้าโบกมาหลายชั้น คือผิวที่ดูมีความชุ่มชื้นจากผิว
(สังเกตผิวเด็ก จะดูเนียน วาว ใส ฉ่ำ แต่ไม่มันค่ะ)
รองพื้นสำคัญมากกกกกกกกก ในการสร้างผิวสวยให้เรา ดังนั้นควรเลือกรองพื้นที่เหมาะกับผิว และลุคที่ต้องการ
เมย์เป็นคนผิวแห้ง มีรอยแดงดำจากสิว และลอกเป็นขุยตรงสิวค่ะ
เมย์เลือกใช้รองพื้น Artistry รุ่น Hydrating Foundation SPF 20 PA+++  สำหรับผิวธรรมดาถึงแห้ง
ตัวนี้จะให้ความชุ่มชื้นกับผิว เนื้อลื่น เกลี่ยง่ายมาก ปกปิดระดับปานกลางค่ะ
ควรเลือกสีที่ตรงกับผิวมากที่สุด!!! เพื่อความเป็นธรรมชาตินะคะ
Technique การเลือกสีรองพื้น
สาวเอเชียส่วนใหญ่จะ undertone สีเหลืองนะคะ ดังนั้นควรเลือกสีรองพื้นที่มี undertone เหลือง
เลือกมาซัก 3 สี ที่ดูจะใกล้เคียงกับผิวเรามากที่สุด จากนั้น ป้ายลงที่แนวกรามค่ะ
(ป้ายที่กรามเพราะเป็นจุดที่เชื่อมสีคอกับสีหน้า)
เกลี่ยรองพื้น และดูว่าสีไหนที่กลืนหายไปกับผิวเลยยยย สีนั้นแหละค่ะ คือสีที่ใช่
**หากใครหน้าขาวกว่าคอมากๆ แนะนำให้เลือกสีที่เข้มกว่าหน้า แต่สว่างกว่าคอเล็กน้อยนะคะ
เพราะถ้าเลือกสีสว่างเท่าหน้าเลย แต่คอยังเข้มอยู่ จะเหมือนหน้าลอยค่ะ
เมย์เลือกสี แซนด์ ค่ะ ใช้นิ้วมือลงที่ละนิด โดยเริ่มจากแนวกลางหน้า แล้วเกลี่ยออกไปยังกรอบหน้าค่ะ
ส่วนตัวเมย์ชอบใช้นิ้วเพราะเกลี่ยง่าย และสามารถนวดรองพื้นให้กลืนกับผิวได้ดีค่ะ
สังเกตครึ่งซ้ายที่ลงรองพื้นแล้ว ผิวดูกระจ่างใสขึ้น แต่ไม่ขาวลอย และปกปิดรอยต่างๆได้ปานกลางค่ะ
Trick++
ใช้ฟองน้ำเนื้อแน่น กดย้ำทั่วหน้า หลังจากใช้นิ้วเกลี่ยอีกครั้ง จะทำให้รองพื้นเรียบเนียน และติดทนกับผิวมากขึ้น
ระวัง อย่ากดหนักเกินไป เพราะฟองน้ำจะดูดเอาความชุ่มชื้นของรองพื้นไปเสียหมดค่ะ
จากนั้นใช้คอนซีลเลอร์โทนหรือสีเดียวกับรองพื้น ปิดในจุดที่รองพื้นเอาไม่อยู่
เมย์จะไม่ใช้รองพื้นหลายๆชั้นเพื่อปิดทุกรอยนะคะ
มันจะดูหนาไป ไม่ธรรมชาติ แต่จะใช้คอนซีลเลอร์ปิดเป็นจุดๆไปค่ะ
เมย์ใช้ Concealer SPF 15/PA++ สี มีเดียม  ใกล้เคียงสีรองพื้นที่สุด
แอบอมชมพูนิดๆ แก้สีได้ด้วยการเอารองพื้นมาแตะทับบางๆหลังลงคอนซีลเลอร์ค่ะ
Trick++
คอนซีลเลอร์รูปแบบแท่ง ส่วนใหญ่ จะให้การปกปิดและติดทนมากกว่าแบบน้ำ
แต่เนื้ออาจจะหนาและแห้ง แนะนำให้ใช้นิ้วป้ายออกมา แล้วมาวอร์มด้วยการนวดวนที่หลังมือก่อน
เพื่อให้เนื้อคอนซีลเลอร์เหลวขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อยแตะลงที่ที่ต้องการปกปิด ค่อยๆย้ำเบาๆ จนรอยจางลง
**ถ้าปาดจากแท่งแล้วลงหน้าเลย ผิวจะดูหนาเป็นจุดๆ และติดไม่ทน เป็นคราบระหว่างวันได้ค่ะ
ต่อมา เมย์จะใช้คอนซีลเลอร์ในเฉดสีที่ สว่าง และ เข้ม ขึ้น มาทำการสร้างมิติให้กับใบหน้าค่ะ
ใช้ Concealer SPF 15/PA++ สี ไลท์ ในส่วนที่โดนแสง หน้าผาก สันจมูก  โหนกแก้ม หน้าแก้ม โหนกคิ้ว คาง และใต้ตา เพื่อปกปิดแพนด้า ให้ดูสดชื่นค่ะ
ใช้ Concealer SPF 15/PA++ สี ดาร์ค ในส่วนที่ต้องการให้เกิดเงา และดูเล็กลง
เมย์ลงที่หน้าผาก ลดเหม่งซะหน่อยค่ะ 555 และข้างสันจมูกให้ดูดั้งโด่ง ใต้โหนกแก้ม แนวกราม เพื่อให้หน้าดูเล็กลง
จากนั้นใช้ฟองน้ำ หรือนิ้วมือค่อยๆเกลี่ยสีทั้งหมด ให้เนียน กลืนกับผิวค่ะ
Trick++
จากประสบการณ์ เมย์ว่า การใช้เนื้อครีมในการสร้างมิติให้กับหน้า เหมาะมากกับคนที่มีสิวนูน สิวอุดตัน ผดผื่นเล็กๆ
เพราะหลังจากลงเนื้อครีมทั้งหมดแล้ว เราก็เซ็ทด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสง เป็นอันเสร็จ
ไม่ต้องมาปัดเฉดดิ้งด้วยแปรงทีหลัง เพราะบางครั้ง เวลาใช้แปรงปัดวนในส่วนที่เป็นสิว ผิวไม่เรียบบ่อยๆ
รองพื้นและคอนซีลเลอร์ที่ลงไปมักจะหลุดออกมา กลายเป็นว่าสีเฉดดิ้งไปเน้นจุดๆเหล่านั้น กลายเป็นจุดดำๆ ดูไม่ได้เลย
มาถึงขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ผิวของเราดูเนียน กระจ่างใสและดูเป็นธรรมชาติค่ะ
หลังจากลงผลิตภัณฑ์เนื้อครีมเสร็จเรียบร้อย
จะใช้แป้งฝุ่น Artistry Exact Fit Perfecting Loose Powder สี ไลท์
แป้งฝุ่นเนื้อเนียนบางเบา ด้วยส่วนผสม เอ็กแซ็คท์ฟิต
ที่ประกอบไปด้วยไข่มุกตาฮิติและออพติคอล ปริซึม
ซึ่งช่วยกระจายแสง ให้ผิวเนียนกระจ่างใสแลดูเป็นธรรมชาติ
อีกทั้งยังช่วยให้รองพื้นติดทนนานด้วยค่ะ
ขนาด 25 กรัม
มีสองสีให้เลือก คือ ไลท์ และ มีเดียม
ราคาสมาชิก 1,357 บาท ราคาขายปลีก 1,600 บาท
เมย์จะใช้แปรงปัดแป้ง แตะแป้งฝุ่นแล้วค่อยๆกดลงบนหน้า จนทั่ว …จะไม่ใช้วิธีปัดวนในตอนแรกนะคะ
เพราะรองพื้นจะหลุดตามแปรงมาด้วย และทำให้หน้าเกิดคราบของรองพื้นและแป้งได้ค่ะ
Trick++
-หลังจากลงคอนซีลเลอร์ใต้ตา เมย์จะใช้แปรงแตะแป้งฝุ่น มาลงบางๆ ที่ใต้ตาทันที เพื่อไม่ให้คอนซีลเลอร์ตกร่องค่ะ
– ใช้หลังมือสัมผัสหน้าดู เพื่อเช็คว่าลงแป้งเพียงพอหรือยัง ถ้ายังรู้สึกหน้าเหนอะๆอยู่ ให้ลงแป้งฝุ่นจนหายเหนอะค่ะ
จากนั้นใช้แปรงค่อยๆปัดแป้งฝุ่นส่วนเกินบนใบหน้าออก เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติค่ะ
– สำหรับสาวผิวมัน แนะนำให้ใช้พัฟฟ์ที่มากับแป้ง แตะแป้งฝุ่นมาบางๆแล้วมากดย้ำทั่วหน้าอีกครั้ง
เพื่อให้รองพื้นติดผิวทนมากขึ้น และเป็นการช่วยดูดซับความมันด้วยค่ะ
– หลังจากกดด้วยพัฟฟ์แล้ว แนะนำให้ใช้แปรงเดิม เคาะแป้งออกก่อนแล้วมาปัดแป้งส่วนเกินที่หน้าออกอีกครั้ง
เพราะบางคนอาจมือหนัก ใช้พัฟฟ์แตะแป้งมาซะเยอะ ถ้าไม่ใช้แปรงปัดออก จะดูหนาเกินไปค่ะ
ก่อนและหลังลง แป้งฝุ่น Artistry Exact Fit Perfecting Loose Powder
ต่อมาเราจะใช้ Eye Color ของ Artistry ในการแต่งคิ้วและตากันค่ะ
1. ใช้ดินสอเขียนคิ้ว สีน้ำตาล ร่างโครงคิ้วช่วงหาง
2.ระบายคิ้วให้เต็ม ให้หางคิ้วเข้มกว่าหัวคิ้ว
3-4 ใช้แปรงเกลี่ยสีให้เนียน
 5. ระบายกลาง-หางคิ้วด้วย Eye Color สีริช
6.ระบายหัวคิ้วด้วย Eye Color สีดริฟท์
7. เชื่อมสีจากหัวคิ้วลงมาที่สันจมูก
8. ใช้มาสคาร่า Artistry Length & Definition Mascara ซับด้วยทิชชู ปัดขนคิ้วช่วงหัว ขึ้นตามแนวขน
9.  ใช้มาสคาร่า Artistry Length & Definition Mascara ซับด้วยทิชชู ปัดขนคิ้วช่วงหาง ลงตามแนวขน
10. ใช้คอนซีลเลอร์สีเดียวกันหรือสว่างกว่าผิว เก็บขอบคิ้วให้คมชัด
เมย์เลือกใช้สี ไลท์ ซึ่งสว่างกว่าผิวเล็กน้อย เพื่อเน้นให้โหนกคิ้วชัด และคิ้วคมมากขึ้นค่ะ
11. เกลี่ยคอนซีลเลอร์ให้เนียน
1. ใช้คอนซีลเลอร์แทน Eyeshadow Base ลงบางๆทั่วเปลือกตา เพื่อให้สี  Eye Color ชัดเจนและติดทน
2. ใช้ Eye Color สีโบนทาใต้โหนกคิ้ว
3.ใช้ Eye Color สีมิสทิกทาหัวตาถึงกลางเบ้าตา
4. ใช้ Eye Color สีดีไวน์ ทากลางเปลือกตา
5. ใช้ Eye Color สีริชวาดเป็นโครงสามเหลี่ยมที่หางตา
6. เติม Eye Color สีริชให้เต็มโครง
7. ใช้แปรงเกลี่ยขอบ Eye Color สีริชให้ฟุ้ง
8. ใช้ Eye Color สีดริฟท์ลงช่วงขอบของสีริชแล้วเกลี่ยให้ฟุ้ง
9. ใช้ Automatic Eyeliner Pencil สีดำ เขียนขอบตาบนและล่าง ให้มีหางยาวเล็กน้อย
10.  ใช้ Automatic Eyeliner Pencil สีน้ำตาล เขียนขอบล่าง ใต้สีดำ
11. แตะ Eye Color สีแบล็คไท ทาทับอายไลเนอร์สีดำ
12. แตะ Eye Color สีดีไวน์ ทาทับอายไลเนอร์สีน้ำตาล
13. ใช้คัตตอนบัตเกลี่ยสีน้ำตาลให้ฟุ้ง
14-15. ใช้ Signature Eyes Automatic Liquid Eyeliner สีดำ เขียนขอบตาทับแนวสีดำ โดยให้มีหางยาวเล็กน้อย และมีหัวตา
15. ปัดขนตาบนและล่างด้วย Artistry Length & Definition Mascara
16-18 ติดขนตาบนและล่าง แล้วใช้อายไลเนอร์หัวพู่กันเติมช่องว่างขนตาล่างให้เต็ม
ใช้สี วอร์ม โกลว์ ปัดแก้มจากหน้าแก้มเฉียงขึ้นไปยังโหนกแก้ม
ใช้สีชาร์มปัดหน้าแก้มเป็นรูปสามเหลี่ยม เพื่อให้แก้มมีความวาวมีมิติ
ก่อนและหลังปัดแก้ม
ทา Lip Color Creme สีซับดิวด์ ทั่วริมฝีปาก
แตะคอนซีลเลอร์สีไลท์บริเวณขอบปาก และเกลี่ยให้เนียน
ทา Lip Gloss สี พิงค์ บลอสซัม  ที่กลางปาก
—————————————————————
แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่าาาา
ลุคนี้เหมาะกับการไปงานปาร์ตี้ ที่เน้นดวงตาสวยคม หรูหราด้วยโทนน้ำตาลนู้ด
คลาสสิก ปรับใช้ได้กับทุกโอกาส
และที่สำคัญ ผิวที่ดูเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาตินี่แหละค่ะ ทำให้เมคอัพของเราสมบูรณ์แบบ
ต่อให้เมคอัพเราสวยแค่ไหน แต่ถ้าผิวดูหนาโบ๊ะ ไม่ธรรมชาติ ก็คงทำให้เราขาดความมั่นใจได้ค่ะ
หวังว่า  how to นี้ เพื่อนจะได้เทคนิคต่างๆ และแต่งตามได้ไม่ยากนะคะ ^^
Sponsored content by ARTISTRY

มาแล้วจ้า HowTo ลุควันนี้ …ช่วยตั้งชื่อลุคนี้ที นี่คืออะไรรรร 555
เมย์ว่าสีมันดูทะเลๆ เงือกๆ สดใสๆ เนอะ
 
ลุคนี้ใช้พาเลท ZA IMPACT FULL EYES GROOVY BL731
เนื้อเป็นฝุ่นกึ่งครีม ชิมเมอร์ทุกสี แต่ละสีความละเอียดชิมเมอร์ต่างกัน
A ฟ้าอ่อนเหลือบเงิน ชิมเมอรละเอียด
B ชมพู ชิมเมอร์หยาบหน่อย ผสมเกล็ดวิ้งนิดๆ
ใช้แตะกลางตาเพิ่มประกายได้
C สีเขียวอ่อน วิ้งทองบางๆ
D สีน้ำเงิน เกล็ดวิ้งเงินๆ
 
 
 
วิธีแต่งตา (ลง eye primer ก่อนเพื่อให้ได้สีชัดและติดทน)
1. ลงสีฟ้าอ่อน A กลางเปลือกตา
2. ลงสีเขียวอ่อน C หัวตา
3. ลงสีน้ำเงิน D เป็นรูป > ที่หางตา เชื่อมขอบตาบนและล่าง
4. ใช้แปรงเกลี่ยให้ขอบฟุ้ง ไม่เห็นเป็นขอบชัดเจน
5. ทาสีชมพูอ่อน B ที่หัวตา
6. ทาสีเขียวอ่อน C ที่ขอบตาล่าง ช่วงกลาง
7. ใช้อายไลเนอร์สีน้ำเงิน ลงอินเนอร์และขอบตาล่าง
8. กรีดอายไลเนอร์ตามชอบ
9. ปัดมาสคาร่า ติดขนตาปลอม (ลุคนี้เมย์ติดขนตาสีดำผสมสีน้ำเงิน)
————————–————-
เสร็จสิ้นลุคนี้ ด้วยแก้มปากสีชมพูอ่อนค่ะ
โดยรวมดูหวานๆนะคะ แต่เก๋ตอนกระพริบตา สีทุกสีมันจะเหลือบๆ ประกายๆ สวยงามค่ะ สีติดทนใช้ได้ จางลงนิดหน่อย
แต่งไปงาน หรือ ชีวิตประจำวันก็ได้นะ ถ้าชอบสีสัน 555
อาจจะลดสีลง ใช้แค่ 2 สี ก็แต่งไปทำงาน ไปเที่ยวสบายๆได้ค่ะ

0 19318
สวัสดีค่ะทุกคน บล็อคนี้เป็นการสอนเขียนคิ้วง่ายๆ ในสไตล์ของเมย์นะคะ
มือใหม่หัดเขียนคิ้ว สามารถฝึกตามได้ง่ายค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ ^^
อุปกร์ที่ใช้ ซื้อได้ที่ eve and boy , watsons , boots
ดินสอเขียนคิ้ว Allie ราคา 350 +-
ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น in2it ราคา 200+-
แปรงหัวตัด essence ราคา 100+-
**ราคาโดยประมาณนะคะ ซื้อนาน จำไม่ค่อยได้ค่ะ **

0 2123
สวัสดีค่ะสาวๆ หายหน้าหายตาไปน๊านนนนนานนนนนน
ใครที่ติดตามกันอยู่ที่เพจคงยังมิลืมกันเนอะ
วันนี้กลับมาพร้อมกับ How to ที่ดองไว้จนเค็มมม
ฮาวทูนี้สืบเนื่องมาจากช่วงนั้นเห็น หลายๆคนชอบแชร์สเปคสาวๆที่หนุ่มๆชื่นชอบกัน
ซึ่งข้อนึงเขียนว่า …ผู้ชาย ไม่ชอบ ผู้หญิงแต่งหน้า…
หรือไม่ก็ ผู้ชายชอบหาว่า ผู้หญิงหลอกลวง บ้างหล่ะ
เพราะแต่งหน้าซะสวย แต่พอล้างหน้าออกมาแล้วโต๊ะกะใจ 5555
อ่านแล้วมันก็แอบอารมณ์ขึ้นค่ะ 555 เพราะปกติเป็นคนชอบแต่งหน้า
หลากหลายแนวตามอารมณ์ จัดบ้าง เบาบ้าง มันคือศิลปะนะคะคุณผู้ชายยยย :p
สาวๆคิดเหมือนกันมั้ย ทำไมหนุ่มๆต้องกลัวผู้หญิงแต่งหน้าด้วย – –
เมย์กับมองว่าผู้หญิงที่แต่งหน้าเป็น เป็นผู้หญิงที่รู้จักดูแลภาพลักษณ์ตัวเองมากกว่า ^^
นั่นแหละค่ะ เป็นที่มาที่ทำให้เมย์ ทำฮาวทู Make up No Makeup ขึ้นมา
หรือเอาเข้าใจง่ายๆ ก็แต่งหน้าให้ดูเหมือนไม่แต่ง
ผิวดี คิ้วสวยธรรมชาติ แก้มเลือดฝาดเพราะกินมะเขือเทศเยอะ ไรงี้
คือชั้นสวยธรรมชาตินะยะคุณผู้ชาย 5555
ไม่ได้หลอกน้าาา
เริ่มกันเลยจ้าาา
รูปก่อนแต่งหน้าาาา ไม่มีเครื่องสำอางใดๆ
มีแพนด้า มีสิว มีรอยดำ รอยแดง … ก็ดิชั้นเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ
ไม่ได้สวยใสแบบเกาหลีนี่คะ หึหึ
นี่ยังไม่ถึงช่วงวันนั้นของเดือน ที่สิวบุกนะ น๊านนาน หน้าจะดีแบบนี้ (คือดีที่สุดแล้วค่ะ- -)
เอาจริงๆนะ ถึงคุณผู้ชายจะบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า
แต่เจอแบบไม่แต่งเลยจริงๆก็คงรับไม่ไหวอยู่ดีเนอะ 555
ให้ดิชั้นแต่งหน้าเถอะค่ะ ฮ่าๆ
makeup no makeup คือแต่งให้ดูธรรมชาติสร้างสุดๆ ผิวสวย ดูโบ๊ะน้อยสุดๆได้ยิ่งดี
เลือกรองพื้น หรือ บีบี ที่เข้ากับสีผิวที่สุด และลงให้บางเบาที่สุด ถ้าพลาดลงหนาเมื่อไร โป๊ะนะจ๊ะ
จะกลายเป็นผู้หญิงหน้าหนา หน้าโบ๊ะกันไป ฮิฮิ
( FOUNDATION : ZA  TRUE WHITE LIQUID FOUNDATION )
บางเบา ปกปิดน้อย-ปานกลาง ไม่เหมาะกับผิวมัน เพราะจะได้ลุคที่ดูเป็นผิว ฉ่ำนิดๆ
เมย์หน้าแห้ง เลยชอบค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยทนเท่าไร ใช้วันสบายๆได้
หลังจากที่ลงรองพื้นเรียบร้อย ก็มาปกปิดรอยต่างๆ และรอยคล้ำใต้ตากันนะจ๊ะสาวๆ
เพื่อให้ใบหน้าของเราดูสดชื่นนนน เด็กอนามัน นอนเยอะะะะ และดูไม่โทรมจ้ะ
ใช้คอนซีลเลอร์แบบน้ำจะทำให้ใต้ตาดูไม่หนา และตกร่องน้อยที่สุด
จะได้ดูไม่ออกว่า อิชั้น แอบปิดแพนด้าอยู่นะจ๊าาาา
แต่ละคนจะเลือกใช้แบบน้ำ ครีม สติ๊ก อะไรก็ตามชอบนะคะ
ปกปิด เสร็จแล้ว ก็เซ็ททุกอย่างด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสงค่ะ
พยายามลงให้บางเบาที่สุด ไม่ต้องให้ matte มากเกินไป มันจะดูโบ๊ะนะคะ
เอาให้พอหน้าไม่เหนียว หน้าจะได้ดูโกลวนิดๆ
**สำหรับสาวหน้าแห้ง ที่ชอบผิวโกลว
สามารถลงแป้งฝุ่นเพื่อเซ็ทคอนซีลเลอร์ที่ใต้ตาอย่างเดียวได้ค่ะ**
( CONCEALER : MAYBELLINE // LOOSE POWDER : MTI )
เอาหล่ะ ขั้นตอนสำคัญ ใครเล่าไม่อยากหน้าเรียว ดั้งพุ่ง
เราคนนึงละค่ะ ที่ขาดไม่ได้ในขั้นตอนการเฉดดิ้ง
ใช้อะไรก็ได้เนื้อฝุ่น ที่มีสีเข้มกว่าผิวประมาณ 1-2 เฉด นะคะ
เมย์ใช้แป้งฝุ่นอัดแข็งเบอร์เข้มๆนี่แหละค่ะ มาปัดบริเวณกรอบหน้า และแนวกราม
อยากให้ส่วนไหนดูเล็กลงก้อปัดตรงนั้นเลย ดิชั้นก็จัดไป เหม่งและแก้มย้วยๆของช้านนน
อ้อ…ช่วยเบลนให้เนียนด้วยนะคะ สาวๆ เดี๋ยวคุณผู้ชายเค้าจะจับได้ 555
จากนั้นก็เขียนคิ้ว ใครใคร่ใช้ดินสอใช้ หรือจะแบบฝุ่นก็ตามสะดวกค่ะ
แต่เน้นว่า อย่าเขียนให้ชัด หรือเป๊ะเกิน เอาให้พอคมขึ้น
จะได้ดูไม่ตั้งใจ แต่จริงๆ ที่พยายามสุดๆ 555
เสร็จแล้วใช้สีน้ำตาลเข้มกว่าผิว 1-2 เฉด ไล้จากแนวหัวคิ้วที่วาดไว้
ลงมาตามแนวสันจมูกทั้งสองข้างค่ะ มาอันเชิญดั้งของเรา
แต่อย่าไล้ซะจนเข้มเห็นชัดเกินไป มันจะหลอกตา และโดนคุณผู้ชายจับได้ค่าาา 55
( PRESS POWDER : MTI SILK CORN CAKE // BROW : ZA , KATE )
อุ๊ยย ธรรมชาตินะ ป่าวนะ ไม่ได้ลงรองพื้น นี่รีบมากจริงๆ ไม่มีเวลาแต่งหน้าเลยค่ะ …
หราาาาาา ???? จุดนี้อาจโดนหมั่นไส้ 5555
ลงผิวกันเสร็จสิ้น มาแต่งตาเบาๆ ให้ปิ๊งปั๊ง พอประมาณ
ง่ายสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เมย์ใช้อายชาโดว์จาก naked 2 นะคะ ไม่ได้ลงรูปให้เห็น
แต่ใครมีอย่างอื่นสีคล้ายกันใช้ได้หมดค่ะ
1. ก่อนแต่ง จะลง eye base ก่อนก็ได้นะคะ ตามสะดวก สีจะได้ติดทนนาน
แต่ลุคนี้เราไม่ได้เน้นสีสันกันอยู่แล้วเนอะ เน้นเบาๆ ง่ายๆ
ก็ลงสีขาวมุก ครีม เบจ … สีอะไรก็ได้ที่ไม่โดดจากสีผิวมากเกิน ให้พอสว่างกว่า
มีชิมเมอร์นิดๆ ตาจะได้ดูสดใสขึ้นค่ะ ลงทั่วเปลือกตา ทั้งบนและล่าง
2. ใช้สีน้ำตาลเนื้อ matte ที่เข้มกว่าผิว 1-2 เฉด มาคัดเบ้าตา เพื่อเพิ่มมิติให้กับดวงตา
3. ใช้สีน้ำตาลเดิม วาดเชื่อมลงมาที่ใต้ตา บริเวณปลายตา ตามรูปเลยนะคะ
จะช่่วยให้ตาเราคมขึ้นประมาณนึง
4-5.  ใช้อายไลเนอร์แบบดินสอ สีน้ำตาล เขียนที่ขอบตาด้านใน ทั้งบนและล่าง
เพื่อให้ขอบตาคมชัดขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ ถ้าเขียนบนเปลือกตาทั่วไปจะได้เส้นคมเกินไป
แบบนี้จะได้ลุคที่ซอฟ และดูเหมือนไม่ได้เขียนมากกว่าค่ะ …
ตรงจุดประสงค์ เพราะเราจะหลอกคุณปู้ชาย 5555
6. ดัดขนตา และปัดมาสคาร่า พอให้เส้นขนตาดูเข้มขึ้นก็พอค่ะ
เอาหล่ะ !!! ใกล้ ความเป็นจริงแล้วจ้าาาา
ผิวสวย ตาใสบริ๊งไปละ มาปัดแก้มให้ดูเลือดฝาดกันนะจ๊ะ
เทคนิคการปัดแก้มให้ดูผ่องใส และมีมิติของเมย์ง่ายมากค่ะ
ใช้สีชมพูนมๆ หน่อย ปัดที่พวงแก้มของเรา ยิ้มไปปัดไป จะเห็นแก้มชัดขึ้นค่ะ
สาวๆสามารถเลือกสีอื่นที่เข้ากับผิวได้ แต่ให้เป็นสีที่ดูธรรมชาติที่สุดนะคะ
จากนั้นใช้ไฮไลท์ ปัดเบาๆ แค่ตรงโหนกแก้มค่ะ จะทำให้แก้มเราดูเปล่งปลั่งขึ้น
^^
ปาก ใช้สีชมพูที่ใกล้เคียงกับสีปากเดิมเราที่สุด จะได้ลุคที่ธรรมชาติมาก
แต่เดิมกลอสที่กลางปาก เพื่อความอวบอิ่ม สุขภาพดี :DD
แก้มและปาก ไม่ได้ถ่ายรูปให้ดูว่าใช้ของอะไรนะคะ มันปรับเปลี่ยนตามสีผิวแต่ละคนเนอะ ^^
เอาล่ะค่ะ สาวๆทั้งหลาย เราพร้อมออกสื่อ แบบสวยใสธรรมชาติแล้วค่ะ
ถ้าเจอคุณผู้ชาย.. อ๋อ ก็ไม่ได้แต่งไรนะ แค่ปัดแก้มเบาๆ ทาลิปมันนิดนึงอ่าาาา
คือช่วงนี้ดูแลตัวเองดีไง ตาไม่ค่อยดำ สิวไม่ค่อยมีเท่าไร
หราาาาค๊าาาาาาา 555 จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป สาวๆเรารู้กันเองนะคะ
ว่ากว่าจะแต่งให้ดูเหมือนไม่แต่งนี่มันนานกว่า แต่งเข้มๆซะอีกเนอะ
เราก็หลอกคุณผู้ชายต่อไป
” ก็ธรรมชาติอ่ะ!!! “
 
————————————————————
ฮาวทูนี้สาวๆ แต่งได้ง่ายๆในชีวิตประจำวันนะคะ
เรื่องหลอกคุณผู้ชายเราก้อแซวขำๆน้าา อย่าเคืองกันนะ 55
ไว้เจอกันฮาวทูหน้า เมื่อไรไม่รู้ แต่อัพเดทกันได้เรื่อยๆ ในแฟนเพจค่ะ
ขอบคุณผู้อ่านล่วงหน้าค่ะ มีคำถามอะไร เม้นไว้ได้เลยจ้าา
เลิฟยูววว
หมายเหตุ … สวยใสเป็นธรรมชาตินั้นคือละคร ไว้หลอกผู้ชาย ว๊ายยย 555
ชีวิตจริงชอบแซ่บๆค่ะ …ทันใดนั้น ก็เปลี่ยนปากเป็นสีม่วง และเขียนคิ้วเข้มขึ้น …
อุต๊ะ … นางร้ายไปเลย เมื่อเทียบกับลุคแรก 555
ถึงคุณผู้ชายจะไม่ปลื้มมม แต่อิชั้นก้อม่ายแคร์จ้ะ ชิ  555

0 1858

สวัสดีค่าาา  ห่างหายไปนานมากกกกกกับการทำฮาวทู

ปีนี้ตั้งใจว่าจะขยันทำให้เยอะกว่าเดิม เริ่มจากลุคแรกที่จะนำเสนอในวันนี้ค่า

Gold Smokey Eyes and Red Lips

ตาสีทอง คัดเบ้าสีดำ โทนสีเรียบง่ายที่ใช่ได้ทุกโอกาส

แต่สร้างความโดดเด่นและได้ลุคที่เซ็กซี่สะกดสายตาด้วยปากแดงสด

เมย์คิดว่าลุคนี้ค่อนข้างง่าย และลงตัว ไม่เยอะจนเกินไป

แต่ดูหรูหราสามารถแต่งออกงาน หรือไปปาร์ตี้ก็ได้ค่ะ

 ลุคนี้เมย์ขอข้ามขั้นตอนการลงรองพื้นไปนะคะ เพราะตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะทำฮาวทู ^^

มาถ่ายตอนเริ่มแต่งตาแล้ว ดังนั้นอุปกรณ์ที่ใช้จะไม่มีพวกรองพื้นและแป้งนะคะ
ให้ดูก่อนแต่งและหลังแต่งแทน รูปค่อนข้างสว่าง จริงๆเมย์ไม่ขาวขนาดนี้นะค๊าา แสงดีเลยดูขาว 55
(เมคอัพนี่มันอะเมซิ่งจริงๆเนอะ 555)
อุปกรณ์ที่ใช้
1. แป้งผสมรองพื้น Jabs Bright Secret Powder
2. Botanic Powder แป้งสีเข้ม ใช้เฉดดิ้ง
3. Naked 2
4. Bonjour Blush
5. Kate ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น
6. ZA eyes brow pencil
7. Mee eyeliner
8. Za Killer mascara
9. Revlon matte lipstick 005 #strawberry suede (ลืมถ่ายรูป – -)
หลังจากเตรียมผิว รองพื้นเรียบร้อย ก็เขียนคิ้ว และเฉดดั้งเลยจ้ะ
จากนั้นก็มาเริ่มแต่งตากันเลยยย
ขั้นตอนการแต่งตา
ลงอายไพรเมอร์ก่อนเพื่อให้สีอายชาโดว์ชัดและติดทนนะคะ
1.ลงสีทอง(1)บริเวณเปลือกตาไม่เกินเบ้าตา เบลนขอบให้ฟุ้ง
2. ลงสีน้ำตาลเข้มไม่มีชิมเมอร์(2)ที่เบ้าตา จากหางตาเข้ามาถึงกลางตา เพื่อสร้างมิติให้เบ้าตาดูลึก
3. เกลี่ยสีน้ำตาลเข้ม(2)ให้ดูไม่เป็นขอบ
4. ลงที่ดำไม่มีชิมเมอร์(3)ที่เบ้าตา ช่วงหางตา ในรูปตัว V ให้หางยาวออกไปเล็กน้อย
5. เกลี่ยสีดำให้ดูฟุ้ง ไปตามแนวเบ้าตา และเชื่อมลงมาถึงหางตาด้านล่างด้วย ทาสีทอง(1)ที่หัวตาเล็กน้อย ใช้สีสว่างไม่มีชิมเมอร์ (4) ทาใต้โหนกคิ้ว และเกลี่ยขอบสีดำให้ดูฟุ้ง
6. กรีดอายไลเนอร์บางๆไม่หนามากจากช่วงหัวตา และหนาขึ้นในช่วงหางตา มีหางวิงออกไปเล็กน้อย และทำแบบเดียวกันที่ขอบตาล่างด้วย ตามรูปที่ 6
7. ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า ติดขนตาปลอมที่เน้นความหนาช่วงหางตา ให้ดูเฉี่ยวมากขึ้น
ขั้นตอนการเฉดดิ้ง และ ไฮไลท์
1. ใช้แป้งสีเข้มกว่าผิว เฉดดิ้งทั่วกรอบหน้า ในบริเวณที่ต้องการให้ดูเล็กลง
หน้าผาก ใต้โหนกแก้ม และแนวกราม ตามรอยประสีน้ำตาล
2. ปัดแก้มสีชมพูอมส้ม ที่ประกายสีทองนิดๆ (คล้ายๆ นารส์ออกัสซั่ม)
ที่บริเวณโหนกแก้ม เป็นแนวเฉียงจากหูเข้ามาถึงหน้าแก้ม เกลี่ยให้กลืนไปกับเฉดดิ้ง ตามรอยประสีชมพู
3. ปัดไฮไลท์ (สี5 จาก naked2) ที่โหนกแก้ม เชื่อมไปที่หางตา ตามรอยประสีขาว
*** สังเกตว่าการปัดแก้ม เฉดดิ้งและไฮไลท์ จะปัดแบบเหลื่อมๆกัน เพื่อให้ดูกลมกลืนนะคะ ***
ปาก
จากนั้นก็ทาปากสีแดงที่เพื่อนๆชอบกันเลยค่ะ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
————————————————————————————————–
ลุคนี้เมย์อยากให้ดูเรียบหรู เซ็กซี่นิดๆ ผมก็แสกกลางรวบหางม้าต่ำ
หาเครื่องประดำสีทอง และ ดำ มาใส่ ให้เข้าชุดสีดำ พร้อมออกงาน หรือไปปาร์ตี้แล้วค่าาา ^^
หวังว่าเพื่อนๆจะแต่งตามกันได้ง่ายๆนะคะ เมย์พยายามทำขั้นตอนให้ดูไม่ซับซ้อน เพื่อนๆจะได้ทำตามกันได้เนอะ
อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างนะฮ๊าาา สอบถาม แนะนำ ติชม ได้เลยค่า ไว้พัฒนา และปรับปรุงฝีมือกันต่อไป!! เย่
หวังว่าจะชอบกันนะคะ ^^  มีอะไรตกหล่นไปก็ขออภัยจ้าาา แล้วเจอกันใหม่ฮาวทูหน้า
หรือไปพูดคุยกันได้ที่เฟสบุคนะคะ สแตนบายตลอดเวลาาาจ้าา fb page : Me.Melissa

0 6015
สวัสดีค่าาาา บล็อคนี้มาตามวาระอันสมควร สมควรแก่การย้อมผม 555
เมื่อโคนผมงอกดำปี๋มาเกือบ 1 นิ้วได้ !!!
ย้อมผมครั้งนี้เมย์ใช้ Garnier Olia ที่ทางแบรนด์ส่งมาให้นะคะ
เป็นสี Dark Blond 7.0 ตามรุปหน้ากล่อง เป็นสี blond ที่ไม่สว่างมาก กำลังดี
และดูจากตารางเทียบสีแล้ว ผมเมย์ใกล้เคียงช่องกลาง คือ สีน้ำตาลเข้ม
ดังนั้นหลังย้อมสีผม น่าจะออกมาในโทนเดิม คือ น้ำตาล แต่ดูสว่างขึ้นค่ะ
GARNIER OLIA
สำหรับแบรนด์นี้เมย์ได้เห็นโฆษณาตามสื่อต่างๆ และดูรีวิวจาก blogger คนอื่นๆ มาเยอะ 
และเกิดอาการอยากลองมานานละ เหตุผลหลักเลยคือ ไม่มีแอมโมเนีย และให้สีชัด
เดี๋ยวนี้สาวๆนิยมเปลี่ยนสีผมกันบ่อยมากๆ แน่นอนว่าผมต้องเสีย 
เสียมากหรือน้อย ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณของแอมโมเนียค่ะ
พอมีผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมที่ปราศจากแอมโมเนียออกมา เมย์ว่า มันน่าสนใจมาก
เปลี่ยนสีผมได้ แบบไม่ต้องกลัวผมเสียมาก
ทีนี้มาดูกันว่า OLIA มีสรรพคุณอะไรบ้าง ???

1. สีผมเจิดจรัสถึงขีดสุด

– ให้สีผมที่สวยเงางามเจิดจรัส และติดทนยาวนาน

   – ปิดผมขาวเนียนสนิท 100% แม้กับผมที่หยาบกระด้าง หรือผมเส้นใหญ่

2. คุณภาพของเส้นผมดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

– ปกป้องมิให้ผมหยาบกระด้างและขาดชีวิตชีวา

– ผมเงางามขึ้น 17%

– ผมนุ่มขึ้น 35%

3. สัมผัสที่แตกต่างของการทำสีผม

– อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ ไม่มีแอมโมเนีย

 – เนื้อครีมเนียนนุ่มไม่ไหลหยดย้อยระหว่างทำสี

 – กลิ่นดอกไม้หอมละมุน ให้การทำสีผมรื่นรมย์กว่าที่เคย

___________________________________________________________
 
 
ทีนี้มาดูกันค่ะ ว่าหลังจากที่เมย์ได้ลองเปลี่ยนสีผมใหม่ด้วย OLIA 
แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร ????
 
 
สภาพผมก่อนทำการเปลี่ยนสีผมด้วย GARNIER OLIA 
ผมเส้นเล็ก ผ่านการฟอกสีผมที่บริเวณปลายผม และทำสีมาหลายครั้ง
มีโคนผมใหม่งอกมาประมาณ 1 นิ้ว
สีผมเดิมเป็นสีน้ำตาลเข้ม ที่สีผมไม่สม่ำเสมอ
โคนสว่าง กลางเข้ม ปลายสว่าง 5555
 
อุปกรณ์ที่มีในกล่อง
ถุงมือ 1 คู่
ครีมเปลี่ยนสีผม
ขวดผสมสี
ครีมนวดผม หลังการทำสี
คู่มือ
สิ่งที่ควรเตรียมเพิ่มเอง
กระดาษหนังสือพิมพ์รองพื้นกันเปื้อน
ผ้าคลุมไหล่ หรือ เสื้อที่เก่าๆแล้ว เปื้อนไม่เป็นไร
ออย หรือ วาสลีน เอาไว้ทาคอและกรอบหน้า กันครีมย้อมผมเปื้อนผิว
กิ๊บแบ่งผม
 
 
ก่อนทำการผสมสี เมย์จะแบ่งผมออกเป็นช่อเล็กๆ และเอากิ๊บหนีบไว้
เวลาย้อมก็ค่อยๆแบ่งลงมาทีละช่อ จะทำให้ครีมย้อมผมทั่วถึงทุกส่วน และได้สีสม่ำเสมอค่ะ
แบ่งผมเสร็จแล้วใช้พวกออยแย่างวาสลีนทาที่ต้นคอ กรอบหน้า
เวลาครีมย้อมผมเปื้อนผิว จะเช็ดออกได้ง่าย ไม่มีสีดำติดผิวค่ะ
เมย์ใช้เจ้าหลอดแดงๆ นี่เพราะที่บ้านไม่มีตัวอื่นนะ
จริงๆใช้อะไรก้ได้จ้ะ
_________________________________________________
ก่อนทำการผสมสี ให้อ่านขั้นตอนการทำให้ละเอียด
ดูว่าเราต้องย้อมกี่นาที ย้อมส่วนไหนก่อน
เพราะแต่ละแบรนด์อาจจะมีวิธีการ หรือเทคนิคต่างกันนะคะ
กรณีของเมย์ที่เคยทำสีมาแล้ว มีโคนงอกใหม่ และต้องการเปลี่ยนสี
สามารถย้อมได้เลย และทิ้งไว้ 40 นาทีค่ะ
ทำการผสมสีตามขั้นตอนได้เลย
ซึ่งของ OLIA จะมีขวดมาให้แล้ว เราแค่ผสมลงในขวด เขย่าๆ แล้วก็บีบลงผมได้เลย!!!
เมย์ทำทีละช่อ เริ่มจากด้านล่างขึ้นมา ตามที่ได้แบ่งผมไว้ตอนแรกนะคะ
***เพื่อสีผมที่สม่ำเสมอ อย่างกน้ำยา!!! ลงให้ชุ่ม นวดไปด้วย***
เมย์ใช้ทั้งหมด 3 กล่องนะ ชุ่มฉ่ำมาก
ถ้า 2 กล่อง จะพอดีแบบหมาดๆ เสี่ยงกับการได้สีไม่สม่ำเสมอ
เพราะอาจมีผมบางส่วนที่น้ำยาเข้าไปไม่ถึง
เน้นชุ่มๆ ไว้ก่อนค่ะ
ทิ้งไว้ 40 นาที แล้วไปสระผมออก และใช้ครีมนวดที่ให้มากับกล่องค่ะ
จากนั้นก็ไดร์ จัดทรงตามต้องการ
ก่อนเปลี่ยนสีผม
หลังเปลี่ยนสีผม
ย้อมเสร็จแล้ว ทำการเป่าแห้ง ม้วนปลายตามสไตล์ แล้วออกไปงานต่อเลย
สีที่ได้เป็นอย่างที่เห็น น้ำตาลที่สว่างขึ้นค่ะ
เรามาเช็คลิสกัน ว่าผลลัพธ์มันเป็นอย่างที่แบรนด์บอกไว้หรือไม่ อย่างไร
 

1. สีผมเจิดจรัสถึงขีดสุด

ได้สีผมใกล้เคียงตามรูปข้างกล้องเลยค่ะ ประกายเงางาม ดูผมสุขภาพดี

2. คุณภาพของเส้นผมดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หลังย้อม ผมไม่แห้งกระด้าง เหมือนเวลาย้อมด้วยยาที่แอมโมเนียเลย

ผมนุ่มลื่นดี เพราะ OLIA มีสารสกัดจากน้ำมันธรรมชาติ

ช่วยผลักเม็ดสีเข้าสู่เส้นผม และไม่ทำให้ผมเสียระหว่างทำสี ซึ่งจะบำรุงไปในตัวด้วย

รู้สึกผมไม่หยาบ ไม่ถูกทำร้าย เหมือนบำรุงและได้สีใหม่

ครีมนวดที่ให้มา ใช้หลังสระผมก็ช่วยให้ผมนุ่มลื่นดีมาก เข้มข้นสุดๆ

3. สัมผัสที่แตกต่างของการทำสีผม

– อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ ไม่มีแอมโมเนีย

ระหว่างทำ เนื้อครีมไม่มีการไหลย้อยเลยค่ะ 

กลิ่นหอมธรรมชาติ ไม่แสบ ไม่ฉุน อันนี้ชอบมากกกกกกก

ปกติถ้ามีแอมโมเนีย เวลาย้อมเองต้องเปิดหน้าต่าง ให้อากาศระบาย ไม่งั้นแสบตาไปหมด

แต่ OLIA ชิลมาก รู้สึกย้อมสีเองได้สะดวกขึ้นไปอีก 

 

สรุป ความรู้สึกหลังย้อมผมด้วย OLIA

– ชอบมาก ที่ไม่มีแอมโมเนีย ไม่แสบหัว ไม่แสบตา ไม่ฉุน กลิ่นหอมดี
– สารสกัดจากน้ำมันธรรมชาติ ช่วยให้ผมนุ่ม ไม่แห้ง หลังย้อม
– เนื้อครีมไม่ข้นเกิน ไม่เหลวเกิน สามารถเข้าทั่วถึงเส้นผมได้ดี
– สีผมที่ได้ถือว่าสม่ำเสมอนะ สำหรับเมย์พอใจ เพราะสภาพผมเดิม มันด่างเยอะ
OLIA สามารถเปลี่ยนสีให้ดูสม่ำเสมอได้มากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพผมแต่ละคนด้วยค่ะ
เมย์ผ่านการฟอก เป็นหย่อมๆ มันอาจจะมีผลในการทำสีครั้งต่อไปๆ
ขอเสนอ
 
– ไหนๆ ก็มีถุงมือให้ น่าจะมีผ้าคลุมไหล่มาให้ด้วยเลยนะคะ จะได้สะดวกขึ้น
– ขวดผสมสีที่ให้มา จะกลมๆหน่อย เวลาถุงมือเปื้อนครีม จับแล้วค่อนข้างลื่น ถือไม่ค่อยสะดวก
เพราะฉะนั้นเวลาถือต้องระวังหน่อยค่ะ
มาดูกันว่าผมสีนี้ ทำออกมาแล้ว แต่งตัว แต่งหน้าได้เป็นยังไงบ้าง
(แต่ละรูป ถ่ายแสงต่างกัน สีผมก็จะเปลี่ยนไปตามแสงนะคะ)

สวัสดีค่า เดือนก่อนเมย์ได้ไป workshop กับ NARS มา ซึ่งเป็นการเปิดตัว
NARS MATTE MULTIPLE
 
เมย์ว่าหลายๆคนคงรู้จักกันดีกับ Nars Multiple ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้
เป็นแท่งเนื้อครีมสำหรับทาแก้ม และส่วนอื่นบนในหน้า แต่จะเป็นแบบชิมเมอร์
ขายดิบขายดีกันไป แต่สำหรับสาวๆบางคนอาจจะไม่ค่อยปลื้ม
เพราะชิมเมอร์ พอเจออากาศบ้านเรา อาจจะดูหน้ามันวาวเกินไป
ตอนนี้ NARS ออกตัวใหม่มาแล้วจ้า เมย์ว่าน่าจะโดนใจสาวๆ เพราะเป็นเป็นเนื้อ MATTE
ออกมาทั้งหมด 7 สี ด้วยกัน

0 5879
ฮาวทูลุคนี้ เมย์ได้แรงบันดาลใจมาจากโฆษณา KATE TOKYO ค่ะ
ปกติเวลานึกถึงสาวๆญี่ปุ่น เมย์มักจะเห็นภาพสาวๆแนวน่ารัก ใสๆ แบ๊วๆ
แต่ลุคนี้ขอจัดแบบ Glam หน่อย ดูหรูหรา เซ็กซี่เบาๆ แต่แอบซ่อนความหวานไว้นิดๆ
พร้อมเฉิดฉายในค่ำคืน ที่เต็มไปด้วยแสงสีของ TOKYO เมืองแห่งแฟชั่น แสงสี ที่ไม่เคยหลับไหล
พูดแล้วก็อยากกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้ง ><
โทนสีของลุคนี้ ง่ายๆ ด้วยน้ำตาลทอง สีธรรมชาติ แต่ก็ดูหรูหราได้เหมือนกัน
คงความหวาน ใสๆ แบบสาวญี่ปุ่น ด้วยสีชมพูทั้งแก้ม และปากค่ะ
ขั้นแรก
ลงรองพิื้นให้ทั่วใบหน้า ปกปิดจุดด่างดำ และรอยคลำใต้ตา
จากนั้นเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสง และลงแป้งผสมรองพื้นทับในจุดที่ต้องการความเนียนพิเศษ
ขั้นตอนการแต่งตา
1. ทาสีชมพูอ่อนชิมเมอร์ (B) ทั่วเปลือกตา
2. ใช้อายไลเนอร์ดินสอสีน้ำตาล วาดหางตาให้ยาวออกไป ตรงๆ ไม่เชิด ตามรูป
ให้ตาดูโตและยาวขึ้น
3. ใช้สีน้ำตาลประกายทอง (C) ค้ดเบ้า เหนือรอยชั้นตา ด้านบนของอายไลเนอร์ที่ลงไว้
4. ลงสีน้ำตาลเข้มชิมเมอร์ ทับอายไลเนอร์สีน้ำตาลที่ลงไว้ก่อนหน้านี้
5. ทาสี (A) ชมพูอ่อนมีกลิตเตอร์ ที่หัวตาล่าง มาถึงกลางตา
6. ใช้ดินสอเขียนขอบตาสีดำ เขียนที่เส้นขอบน้ำตาล่าง ให้ตาดูคม
(ใครตาเล็กให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปนะคะ)
7. ใช้อายไลเนอร์แบบปากกาสีดำ วาดขอบตาบนและล่าง มีหางเล็กน้อย
8. ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า และติดขนตาบน – ล่าง ให้ดูฟุ้งๆ
จากนั้นปัดแก้มสีชมพูนม ที่โหนกแก้ม สูงๆหน่อย เกือบถึงขอบตา
การปัดแบบนี้กำลังเป็นที่นิยมมากให้หมู่สาวญี่ปุ่นจ้ะ
ปัดแก้มสูงปรี้ดดดดด เมย์ลองแล้ว มันก็ช่วยให้แก้มดูยกขึ้น ไม่หย่อนคล้อยดีเหมือนกันค่ะ ^^
จบลุคนี้ด้วยการทาปากด้วยกลอสสีชมพูนม เนื้อสีชัด และดูปากอวบอิ่ม เซ็กซี่ แต่หวานนะจ๊ะ
————————————————————–
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ลุคนี้แต่งง่ายมากกกกกกกกกก
แม้ตาจะเป็นสี basic สีกันตายของสาวหลายๆคน
แต่เมย์ create ให้ดูเปรี้ยวขึ้น ด้วยการลากหางตาให้ยาวออกไป ดูเฉี่ยวนิดๆ
อมหวานด้วยสีชมพูดอกซากูระ ที่แก้ม และปาก
แค่นี้เราก็พร้อมเฉิดฉาย ออกงานกลางคืน สู้แสงสีในเมืองยามค่ำคืนได้แล้วค่ะ
หากใครที่ยังไม่กล้าติดขนตาเต็มขนาดนี้ ก็ลองติดเบาๆ แค่ขนตาเบาได้นะคะ
ยังไงก็ยังดูสวย เปรี้ยวอมหวาน น่าค้นหาไม่แพ้กัน ^^

Popular Look

0 122496
 แต่งหน้าไปงานแต่งงาน...ของถ่านไฟเก่า!!!  แต่งหน้าไปงานแต่งงาน...ของถ่านไฟเก่า!!!  แต่งหน้าไปงานแต่งงาน...ของถ่านไฟเก่า!!!  แต่งหน้าไปงานแต่งงาน...ของถ่านไฟเก่า!!!   ! ! ! ถ่ า น ไ ฟ เ ก่ า ! ! !   กรี้ดดด ขอเงิบ 18 วินาทีค่ะ ใครคิดโจทย์คะ 5555 โจทย์คุณทำดิชั้นเครียดค่ะ   ขอมโนแปร๊บบบ ถ่านไฟเก่า... ล่าสุดเมื่อไรนะ 5 5 5...